11.7.56

สอนวิธี ROOT เครื่องมือถือ MTK ทุกรุ่น พร้อมคลิปวิธีการ

ก่อนอื่นหลายท่านคงจะทราบกันบ้างแล้วนะครับ ว่าการ Root เพื่ออะไร ทำแล้วดียังไง ข้อเสียอย่างไร

แต่อีกหลายท่านยังไม่ทราบว่ารูทไปเพื่ออะไรทำไมต้องรูทด้วย ?


การ Root คืออะไร?

- การ Root ก็คือการแก้ไข OS (ในที่นี้คือ Android เวอร์ชั่นต่างๆ ที่มากับมือถือของคุณ) ทำให้คุณมีสิทธิที่จะควบคุม แก้ไข เปลี่ยนแปลงมือถือคุณได้อย่าง 100%

- คำว่า Root มาจากโลกของ Linux (Operating System อันนึงของคอมพิวเตอร์ เช่น Windows , Mac OSX) ? ที่หมายถึงผู้ใช้งานที่มีสิทธิสูงสุด ? ถ้าในโลกของ Windows เค้าก็เรียกว่า Administrator เริ่มคุ้นๆม่ะ

- เมื่อเราทำการ Root แล้วปกติ เราจะได้ App ชื่อว่า SuperSU หรืออีกตัวที่ชื่อว่า Superuser Permissions มา, App ตัวนี้จะทำการจัดการ Permission (การอนุญาติ) ของ App อื่นๆว่าจะให้ใช้งานแบบ Root User ได้หรือไม่

การ Root มีประโยชน์อย่างไร?

- สามารถควบคุมแก้ไขมือถือเราได้ 100% :

ตัวอย่างเช่น เราสามารถลบ App ที่มากับ OS หรือที่มากับบริษัทมือถือยี่ห้อที่เราซื้อมาได้ ? มือถือ Android แต่ละบริษัทจะมี App แถมมา, จะมีการแก้ไข OS ตัวดั้งเดิม(ที่สร้างโดย Google)ไม่มากก็น้อย เช่นถ้าซื้อมือถือ Android ของ Samsung ก็จะมี App พวก ChatOn, AllShare Play, Game Hub, Samsung Apps store, S Suggest, S voice ซึ่งบางทีคุณอาจจะไม่ชอบ และต้องการลบ App พวกนี้ แต่หาทางลบไม่ได้, สิ่งเดียวที่จะทำให้คุณลบมันได้ก็คือการ Root มือถือคุณ

- สามารถ Backup และ Restore ได้ทั้งระบบ:

ทั้งระบบหมายถึง ทั้ง OS Android เอง, ทั้ง App ที่เราลงไป, ทั้งข้อมูล Setting ของเราที่อยู่ใน OS Android และ ข้อมูลใน App พวกนั้น โดยสามารถทำการ Backup เป็น image file ได้ (เหมือนกับการที่เราใช้ Norton Ghost ทำการโคลน harddisk ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows) เมื่อเรา Backup แล้ว เราก็สามารถไปลองเล่น ROM อันอื่น (ประมาณว่า OS อันอื่นๆที่มีหน้าตาต่างออกไป มี App ต่างออกไป เดี๋ยวจะอธิบายอีกทีนึง) ถ้าไม่ชอบเราก็ลบ ROM นั้นและ Restore ระบบเราทั้งระบบตอนแรกที่ Back up ไว้กลับมาได้อย่างง่ายๆ

การ Backup แบบทั้งระบบนี้สามารถทำได้ด้วย โปรแกรม Recovery image ที่มีชื่อว่า ClockworkMOD ตัวโปรแกรมนี้สามารถทำให้เรา boot มือถือได้โดยไม่ต้องเข้าไปใน OS หลัก เหมือนเราใช้แผ่น Boot เพื่อลง Windows หรือใช้ Norton Ghost เพื่อโคลน เมื่อเรา boot ด้วย ClockworkMOD แล้ว ตัวโปรแกรมก็จะมี menu ให้ทำเราการ Backup/Restore , ลบข้อมูลทุกอย่าง(Factory reset), ลบข้อมูล cache ได้

- สามารถลง App แบบพิเศษได้ (App ที่ต้องใช้การ Root)

เดี๋ยวผมจะแยกเขียนอีกหัวข้อนึง แต่แนะนำคร่าวๆก็คือ App ชื่อว่า Titanium Back ซึ่งทำหน้าที่ Backup/Restore ได้ทั้งระบบ, App ชื่อว่า SetCPU ที่ทำการ Overclock , Underclock CPU ได้

- สามารถลง Custom ROM ได้

ขออธิบายคำว่า ROM ก่อน , ROM มาจากคำว่า Read-Only Memory หมายถึงตัว Memory ที่เราสามารถอ่านได้อย่างเดียว เขียน(แก้ไข เพิ่มเติม)ไม่ได้ ? หรือถ้าทำได้ก็ทำได้ยาก ทำได้ช้า โดยปกติ ROM จะถูกใช้เก็บ Firmware หรือ OS หลัก เพราะถึงแม้เรา Reset เครื่อง ข้อมูลมันก็ยังไม่หายไป ก็ยัง Boot เข้ามาที่ OS ได้?

ROM ในโลกของ Android ก็หมายถึงตัว OS เอง เช่น Android 2.3 (Ginger bread), Android 3 (Honey comb), Android 4 (Ice cream sanwich), Android 4.1 (Jelly bean) เป็นต้น

ส่วน Custom ROM ก็หมายถึง ตัว Android ที่ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม ? ทุกวันนี้ Android ที่คุณใช้ในมือถือแต่ละยี่ห้อก็เป็น Custom ROM ทั้งนั้น เช่น Samsung ก็แก้ไขแล้วตั้งชื่อว่า TouchWiz, HTC ก็แก้ไขแล้วใช้ชื่อว่า HTC Sense , แต่ที่น่าสนุกไปกว่านั้นก็คือ ไม่ใช่มีเพียงแต่บริษัทมือถือเท่านั้นที่ทำ Custom ROM ได้, นักพัฒนาหรือกลุ่มนักพัฒนาทุกวันนี้ก็ทำ Custom ROM ออกมาแจกจ่าย ทำให้มีตัวเลือกเยอะแยะ , Custom ROM ที่ดีกว่าตัว ROM ดั้งเดิมที่มากับมือถือมีเยอะแยะไป หน้าตาดีกว่า, การทำงานเร็วกว่า, ประหยัดแบตเตอรี่, ลบ App ไร้สาระออกไปแล้ว, สามารถจับสัญญาณ GPS ได้ดีกว่า, ? เรียกว่าแก้ไข พัฒนาได้อย่างไร้ขอบเขต

เราสามารถลง Custom ROM ได้โดยใช้ ClockworkMOD เหมือนกัน? โดยทำการหาและโหลด custom ROM เองจาก Internet แล้วเอามาใส่ไว้ในเครื่องหรือ SD card และใช้ ClockworkMOD ทำการ Install (ปล.มือถือคุณก็มีโปรแกรม Image Recover ตัวดั่งเดิมเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ มันไม่สามารถลง Custom ROM ได้, มันไม่มี menu ให้เลือก, ดังนั้นถ้าเราเข้า Image Revery แล้วไม่มี menu ให้เลือก ?Install zip from SDcard? หรือ ?Install zip from internal SDcard? ก็แสดงว่าเราลงโปรแกรม ClockworkMOD ไม่ถูกต้อง)

App อีกตัวที่เกี่ยวข้องมีชื่อ ROM manager ซึ่งเป็น App ที่ทำมาจากผู้พัฒนา ClockworkMOD เอง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทำการลงและจัดการ Custom ROM ง่ายขึ้น ? ตัว App จะอยู่ใน OS และประกอบไป ClockworkMOD (ลง ClockworkMOD ได้จาก ROM manager นี้) และรวบรวม Custom ROMไว้ใน App ด้วย เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องไปหาจาก Internet และ Copy มาใส่มือถือเอง


ตลิปสอนวิธีการ Root



วิธีการ

1.โหลด์ไฟล์ลิงก์นี้ไปก่อนครับ

http://www.mediafire.com/?pyyy983pby9ablo

2.เปิดโหมด debug ในมือถือก่อนโดยเข้าไปที่ ตั้งค่า>ตัวเลือกสำหรับผู้พัฒนา>ดีบัก

3.เสียบมือถือเข้ากับคอมพิวเตอร์

4.เปิดโปรแกรม MTKdroidtools

5.รอจนชื่อรุ่นขึ้นมาครบ แล้วเลือกไปที่ โหมดที่ 2 Root recovery backup

6.กดเลือก superuser

7.รอจนมันโหลดเสร็จ ก็ complete แล้วครับผม ^^


ผลการทดสอบมือถือที่ใช้ได้
1.note II 5.5
2.s3 PRO
3.s3 PRO Dual core
4.Iphone4s
5.Iphone5


เพิ่มอีกหนึ่งวิธี ROOT เครื่อง ลองทำเองดูครับรับรองได้ผล เหมือนกัน เลือกตามหัวข้อเลยนะครับผม

http://www.mediafire.com/?uthtugt9m97wqw9



ขายชุดจานดาวเทียมปิคนิค 35 ซ.ม.+กล่องรับสัณญาณ PSI TRUE TV+สาย 10 เมตร+หัวLNBideasat ดู 100ช่องฟรีไม่มีรายเดือน ## ค่าบริการขนส่งใน พื้นที่ กรุงเทพฯ = 100 บาท
ราคา: 1,500 บาท#รวมค่าส่ง 1600 บาท
สินค้า ใหม่
 

10.7.56

การปลูกกาแฟอาราบิก้า

 กาแฟอาราบิก้า
เป็น พืชสวนอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีประเทศมากกว่า50ประเทศปลูกกาแฟอาราบิก้า เป็นสินค้าส่งออกหรือประมาณ70-75เปอร์เซนต์ของผลผลิตกาแฟโลก เนื่องจากเป็นกาแฟที่มีรสชาติดี (Flavour)และมีกลิ่นหอมชวนดื่ม(Aroma)เจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่บนที่ เขาสูงและมีอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือ
 
พันธุ์
                สายพันธ์คาติมอร์ CFIC 7963 เป็นพันธ์ลูกผสมระหว่าง Hobrido de Timor832/1 กับสายพันธ์แคทูร่า(Caturra)มีลักษณะเป็นต้นเตี้ยข้อสั้น(Compact Tree size)ยอดสีเขียวใบมีขนาดปานกลาง เส้นแขนงของใบ 9-11คู่ผลสุกสีแดงให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 500-900 กรัม/ต้น เมื่ออายุ6-8 ปีให้สารกาแฟเกรด A เฉลี่ย 70-75% /กิโลกรัม คุณภาพการชิม (Cup test)อยู่ในระดับดีปานกลาง
 
 
การปลูกและการดูแลรักษา
                ระยะการปลูก ระหว่างต้น-แถว 2 คูณ 2 เมตรหรือ 400 ต้น/ไร ขนาดหลุมปลูก50 คูณ 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟตหลุมละ100-200กรัม และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ ควรปลูกต้นกาแฟช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูฝน
 
การใส่ปุ๋ย
                อายุตั้งแต่1-2ปีใส่ปุ๋ยเกรด 15-15-15 อัตรา 100 และ 150 กรัม/ต้น/ปี ใส่ช่วงเดือนพฤษภาคม และสิงหาคม   อายุ1-8 ปี ใส่ปุ๋ยเกรด 46-6-0 อัตรา 50,100,150,200,200,250และ250กรัม/ต้น/ปี(ต้นกาแฟอายุ1-4)ใส่ช่วงเดือน พฤษภาคมและสิงหาคม ปุ๋ยเกรด 13-13-21 อัตรา100,150,250และ300 กรัม/ต้น/ไร่(ต้นกาแฟอายุตั้งแต่ 3ปีขึ้นไป)ใส่ช่วงเดือนสิงหาคมและตุลาคม
 
การให้น้ำ
ควร ให้น้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างน้อยสัปดาห์ละ1ครั้ง แต่ในกรณีพื้นที่ปลูกไม่มีแหล่งน้ำให้ใช้เศษวัชพืชหรือฟางข้าวคลุมบริเวณโคน ต้นตั้งแต่หมดฤดูฝนโดยเฉพาะพื้นที่ปลูกกาแฟกลางแจ้ง
 
การตัดแต่งกิ่ง
 
                ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกดังนี้
 
กาแฟที่ปลูกกลางแจ้ง
ควร ใช้วิธีการตัดแต่งแบบให้มีลำต้นเดี่ยว เนื่องจากกาแฟที่ปลูกกลางแจ้งจะติผลมาก หากตัดแต่งให้มีหลายลำต้น ต้นจะโทรมเร็ว และมีลักษณะเกิดอาการปลายกิ่งแห้งตาย(dic back)
 
กาแฟที่ปลูกภายใต้ร่มเงา
                ควรจะมีการตัดแต่งให้ต้นกาแฟมี2-3 ลำต้นเนื่องจากกาแฟที่ปลูกภายใต้ร่มเงาจะให้ผลผลิตน้อยกว่าแต่มีอายุการให้ ผลผลิตสม่ำเสมอและยาวนานกว่า
 
การจัดการร่มเงา
 
พื้นที่บนที่สูงนอกจากจะมีสภาพอากาศหนาวเย็น และมีความเข้มของแสงแดด จึงจำเป็นต้องอาศัยร่มเงาจากไม้บังร่มบังชนิดต่างๆ
1.ไม้ บังร่มชั่วคราวควรเป็นไม้โตเร็วและเป็นพืชตระกูลถั่ว เช่นทองหลางไร้หนาม แคฝรั่ง ขี้เหล็กอเมริกันควรใช้ระยะปลูก 4 คูณ 6 เมตร และปลูกหลายชนิดสลับกัน
2.ไม้ บังร่มถาวร ควรเป็นไม้พุ่มใหญ่ทรงพุ่มกว้างและให้ร่มเงาในระดับสูง เช่น ซิลเวอร์โอ๊ค ถฤกษ์ ถ่อน กางหลวง ถั่วหูช้าง สตอ เหลียง เป็นต้น ระยะปลูก 8 คูณ 10เมตร และควรปลูกหลายชนิดสลับกันกับไม้บังร่มชั่วคราว
 
การปลูกกาแฟแซมในสวนผลไม้
                กาแฟสามารถปลูกแซมในสวนผลไม้ได้แก่ มะคาดเมีย บ๊วย ท้อ ลิ้นจี่ พลับ พลัม แม้ไม้ผลบางชนิดจะเป็นไม้ผลัดใบแต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง1-2เดือน
 
การป้องกันและกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช
                โรคราสนิม (Coffee leaf ruist)เกิดจากเชื้อรา Hemileia vastateix เป็นได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่โดยจะเกิดสปอร์สีส้มใต้ใบส่วนบนใบจะมีสีเหลือง ซึ่งตรงจุดเดียวกับที่เกิดสปอร์ใต้ใบ เมื่อเกิดอาการรุนแรง จุดนี้จะขยายไปทั่วใบ ทำให้ใบร่วง
                การป้องกัน
                1.ใช้พันธ์ต้านทาน สายพันธ์คาติมอร์ CIFC 7963
                2.ใช้สารเคมี บอร์โดช์มิกเจอร์ (alkaline brodeaux mixture) 0.5% คูปราวิท(Cupravit)85 % W.P อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
 
แมลงศัตรูกาแฟ
1.เพลี้ย ไฟ(mealy bug)เพลี้ยนอ่อน(black aphisd)เพลี้ยหอย(green scale) เป็นแมลงปากดูดจะเข้าทำลายโดยดูดกินน้ำเลี้ยง ใบอ่อน ยอดอ่อนและผลอ่อน
                การป้องกันกำจัดใช้โมโนโครโทฟอส(monocrotophos)หรือใดเมทโทเอต อัตราร้อยละ 5 ขอ
สารออกฤทธิ์ ฉีดพ่นประมาณ 2-3 ครั้ง ทุก 10 วันเมื่อพบการระบาด
2.หนอน กัดเปลือกและเจาะลำต้น(White stem borrer)เป็นหนอนที่เกิดจากด้วงปีกแข็งหนวดยาวจะวางไข่บนเปลือกของลำต้นที่มี รอยแตก จะกัดกินรอบบริเวณโคนต้นก่อนที่จะเจาะเข้าไปลำต้นกัดกินเนื้อไม้และถ่ายมูล ออกมาตรงรูที่เจาะ
                การป้องกันกำจัด เมื่อพบที่ถูกทำลายให้ตัดและเผาทิ้ง หรือทาโคนต้นกาแฟด้วยซูมิไซออน 50 % อีซีอัตรา  200 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร
 
การเกี่ยวและการแปรรูปการเก็บเกี่ยว
จะเก็บเกี่ยวเฉพาะผลสุกที่มีสีแดงและผลสีเหลือง เหลืองเข้ม โดยเก็บทีละข้อไม่ควรจะเก็บแบบรูดกิ่งทีเดียว
 
การแปรรูป
เก็บ ผลกาแฟที่สุกแล้วจึงนำมาเข้าเครื่องลอกเปลือกนอกออก นำมาหมักในบ่อด้วยน้ำที่สะอาดประมาณ24-48ชั่วโมงขัดเมือกและล้างด้วยน้ำ สะอาดแล้วนำมาตากบนลานซีเมนต์หรือบนแคร่ไม้ไผ่ที่ตาข่ายถี่วางอยู่ข้างบน ประมาณ7-10 วันเมื่อเมล็ดแห้งจึงสีเอากะลาออก โดยใช้เครื่องสีกะลา จึงจะได้สารกาแฟที่มีสีเขียวอมเทาหรือสีเขียวอมฟ้า
 
การคัดเกรด
เมื่อ ได้สารกาแฟแล้วจึงนำมาคัดแบ่งเกรดสารกาแฟ โดยใช้ตะแกรงเหล็กที่มีรูตะแกรง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง12.5 มิลลิเมตร โดยแบ่งเป็นเกรด Aขนาดตั้งแต่ 5.5 มิลลิตรเมตรขึ้นไป เขียวอมฟ้าหรือเขียวอมเทา เมล็ดแตกหักหรือเมล็ดเล็กกว่า5.5มิลลิตรเมตร ไม่เกิน13% เมล็ดเสียหรือเมล็ดผิดปกติไม่เกิน 25% ความชื้นไม่เกิน13% เกรด X มีลักษณะคุณภาพที่เหมือนเกรดA ยกเว้นสีที่ต่างไปจากเกรด A คือสีน้ำตาลปนแดง เกรดY มีลักษณะเมล็ดแตกหักหรือเมล็ดกลมไม่เกิน0.5 %และมีความชื้นไม่เกิน 13%
 
การบรรจุ
บรรจุในกระสอบป่าน(กระสอบปอ)แล้วเก็บไว้บนชั้นไม้ในโรงเก็บมีอากาศถ่ายเทสะดวก
 
ข้อควรคำนึงในการปลูกกาแฟ
                1.พื้นที่เหมาะสมตั้งแต่700 เมตร จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป
                2.สภาพดินมีการระบายน้ำดี หน้าดินลึก pH 5.0-5.5
                3.ปริมาณน้ำฝน เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1,500 ม.ม/ปี
                4.กรณีปลูกกาแฟกลางแจ้ง ควรเลือกพื้นที่ที่สามารถรับแสงได้เพียงครึ่งวันหากเป็นไปได้ควรเป็นครึ่งวันเช้าจะดีที่สุด
                5.ควรมีไม้บังร่มให้กับกาแฟ โดยปลูกทั้งไม้บังร่มชั่วคราวและไม้บังร่มถาวร และควรปลูกสลับชนิดกัน เพื่อให้แสงสว่างเข้ามาได้
                6.ควรมีการตัดแต่งกิ่งที่แนะนำ
                7.ปลูกเป็นพืชแซมกับไม้ชนิดอื่นได้ โดยเฉพาะมะคาเดเมีย
                8.การเก็บเกี่ยว ควรเก็บทีละข้อ และเก็บเฉพาะผลที่สุกเท่านั้น
                9.การหมักควรหมักในน้ำที่สะอาดและต้องขัดเมือกออกให้หมด และล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนที่จะนำมาตากบนลานตาก
                10.สารกาแฟที่ควรจะมีการคัดเกรด แยกบรรจุในกระสอบ พร้อมทั้งทำป้ายระบุเกรด น้ำหนัก วันที่เก็บให้ชัดเจน และเก็บรักษาในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับชื้น
 
เรียบเรียงโดย :นายมานพ หาญเทวี ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่

8.7.56

ความรู้จานดาวเทียม

จานดาวเทียม หรือจานรับสัญญาณดาวเทียมหมายถึง สายอากาศชนิดหนึ่งซึ่งออกแบบเฉพาะเพื่อให้เหมาะสมกับการรับสัญญาณจากดาวเทียม ที่ลอยอยู่ในอวกาศและส่งสัญญาณกลับลงมายังพื้นโลก โดยทั่วไปมักมีรูปทรงเป็นรูปจานโค้งแบบพาราโบลา เพื่อ ให้เกิดการรวมและสะท้อนสัญญาณอย่างมีประสิทธิภาพ พื้นผิวสำหรับของจานรับสัญญาณสามารถเป็นได้ทั้งพื้นผิวแบบทึบ และพื้นผิวแบบโปร่ง ซึ่งพื้นผิวแบบทึบลมจะไม่สามารถผ่านได้จึงต้านลมมากกว่าแบบโปร่ง
ขนาดของจานรับสัญญาญดาวเทียมขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญสองประการ
  1. ขนาดของสัญญาณที่รับมาจากดาวเทียม
  2. ขนาดของสัญญาณรบกวน
ถ้า อัตราส่วนระหว่างสัญญาณจากดาวเทียมกับสัญญาณรบกวนมีค่ามากเท่าใด ขนาดของจานก็จะเล็กมากเท่านั้น สัญญาณรบกวนมีที่มาได้ 3 ทางหลัก ๆ คือ
  1. สัญญาณจากฟากฟ้า
  2. สัญญาณจากพื้นโลกที่มาจากธรรมชาติ
  3. สัญญาณจากพื้นโลกที่มิใช่จากธรรมชาติ (เกิดจากมนุษย์)
โดยปกติแล้วกำลังสัญญาณจากดาวเทียมจะมีค่าต่ำมาก จึงต้องได้รับการขยายสัญญาณจากอุปกรณ์ที่เรียกว่า แอลเอ็นบี (LNB)
ระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมในปัจจุบัน

     ปัจจุบันจานรับสัญญาณดาวเทียม แบ่งออกเป็นดังนี้คือ

1.จานรับสัญญาณดาวเทียมแบบ C-Band มีทั้งแบบฟิกซ์(FIX) หรืออยู่กับที่ และแบบมูฟ(MOVE) หรือแบบเคลื่อนที่ จะรับได้เฉพาะช่องที่ส่งเป็นแบบC-Band หรือที่กันว่า"จานดำ"

2.จานรับสัญญาณดาวเทียมแบบ KU-Band เป็นจานรับดาวเทียมที่มีขนาดเล็กกว่าจานดำ

3.จานรับสัญญาณดาวเทียมแบบ C/KU-Band มีทั้งแบบฟิกซ์(FIX) หรืออยู่กับที่ และแบบมูฟ(MOVE) หรือแบบเคลื่อนที่ รับชมช่องดาวเทียมได้มากกว่าแบบC-Band รับดาวเทียมได้หลายดวงทั้งC-Band และKU-Band

ข้อดีและข้อเสียของจานแบบ C-Band กับแบบ KU-Band

แบบ C - Band จะส่งคลื่นความถี่กลับมายังโลกอยู่ในช่วงความถี่ 3.4 - 4.2 GHz ซึ่งจะมีฟุตปริ้นท์ ที่มีขนาดกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ การให้บริการได้หลายประเทศ เช่น ของดาวเทียมไทยคม 2/5 พื้นที่ให้บริการ คือทวีปเอเชีย และยุโรปบางส่วน

ข้อดีการ ใช้ดาวเทียม ระบบนี้เหมาะที่จะใช้ในประเทศใหญ่ๆ เพราะครอบคลุมพื้นที่การให้บริการได้หลายประเทศ ซึ่งใช้ดาวเทียมหนึ่งดวง ก็ถ่ายทอดสัญญาณได้ ทั่วประเทศและยังถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วย เช่น จีน, อินโดนีเซีย, เวียดนาม เป็นต้น

ข้อเสียเนื่องจากส่งครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ ความเข็มของสัญญาณจะต่ำ จึงต้อง ใช้จาน 4 - 10 ฟุต ขนาดใหญ่รับสัญญาณภาพจึงจะคมชัด
         
         แบบ KU - Band จะส่งคลื่นความถี่ 10 - 12 GHz สูงกว่าความถี่ C-Band สัญญาณ ที่ส่งจะครอบคลุมพื้นที่ได้น้อย จึงเหมาะสำหรับการส่งสัญญาณเฉพาะภายในประเทศ

ข้อดี: ความเข้มของสัญญาณสูงมาก ใช้จานขนาเล็กๆ 60 - 120 เซนติเมตร ก็สามารถรับสัญญาณได้แล้ว เหมาะสำหรับส่งสัญญาณเฉพาะภายในประเทศ เช่น สัญญาณ CABLE TV (UBC)

ข้อเสีย: ฟุตปริ้นท์ระบบ KU-Band จะ แคบ ส่งเฉพาะจุดที่ต้องการ ครอบคลุมพื้นที่ได้น้อยทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง ปัญหาในการรับสัญญาณภาพ เวลาเกิดฝนตกภาพจะไม่มี สาเหตุเนื่องมาจากความถี่ของ KU-Band จะสูงมากเมื่อผ่านเมฆฝน

ติดจานดาวเทียมแบบไหนดี

     1.เราต้องการจะติดจานรับดาวเทียมเพื่อดูอะไร

     2.เรา จะติดเพื่อแก้ปัญหาจากอะไร เช่น เนื่องจากท้องที่ทางภูมิศาสตร์เต็มไปด้วยภูเขา หุบเขา หรือเป็นเกาะอยู่ในทะเล ซึ่งการติดจานรับสัญญาณดาวเทียมจะมีความเหมาะสมมาก

     3.เราจะติดจานรับดาวเทียมแบบไหนดีให้เหมาะกับสถานที่ของพื้นที่ในบ้านเรา C-Band หรือ KU-Band

     4.เรา ต้องการที่จะรับชมช่องรายการแบบดาวเทียมหลายดวงหรือแบบดวงเดียว ซึ่งในการติดตั้งเราต้องแจ้งความประสงค์ให้ช่างที่ติดตั้งรับรู้ และปรึษากับทางช่างติดตังได้ถึงความต้องการของเรา

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อย

●HDTV คือโทรทัศน์ระบบใหม่ที่มีความละเอียดสูง
●TV digital คือการส่งสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ซึ่งทำให้สามารถส่งสัญญาณโทรทัศน์ได้ หลายช่องสัญญาณในอุปกรณ์ทวนสัญญาณเพียง ช่องเดียว
●TV analog หมายถึงการส่งสัญญาณโทรทัศน์แบบเก่าซึ่งจะสามารถส่งสัญญาณได้เพียงช่องเดียวต่ออุปกรณ์ทวนสัญญาณหนึ่งช่อง

●Radio digital หมายถึงการส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงด้วยระบบดิจิตอลซึ่งทำให้ได้คุณภาพ เสียงที่ดีและส่งได้จำนวนช่องมากกว่าระบบธรรมดา
●Radio analog หมายถึงการส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงแบบธรรมดาซึ่งจะใช้เครื่องรับที่มีราคาถูกในการรับฟัง
●Data หมายถึงการส่งข้อมูลอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่บริการที่เป็นสาธารณะ
●วงโคจรค้างฟ้า (Geostationary Orbit) เป็นวงโคจรที่มีประโยชน์สำหรับการใช้งานดาวเทียมมากที่สุด สูงจากพื้นโลก 35,800 กิโลเมตร เหนือเส้นศูนย์สูตร
OTA หรือ Update On Air คือระบบที่ผู้ผลิตนำมาใช้เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เพื่อใช้ในการอัพเดทช่องรายการต่างๆ ระบบ OTA จะอัพเดทช่องใหม่ให้เมื่อมีช่องใหม่ๆเพิ่มเข้ามา ระบบ OTA เป็นระบบสะดวกกับลูกค้าผู้บริโภคอย่างมาก
การ ส่งสัญญาวิทยุและโทรทัศน์นั้น มีทั้งการส่งสัญญาณที่เป็นบริการสาธารณะ และการส่งสัญญาณสำหรับผู้รับที่บอกรับเป็นสมาชิก ที่ต้องเสียค่าบริการในการรับสัญญาณ ซึ่งช่องสัญญาณเหล่านี้จะทำการเข้ารหัสเพื่อป้องกันการรับสัญญาณโดยไม่ได้ รับอนุญาต
 
OTA คืออะไร
OTA ย่อมาจาก Over-The-Air แปลตรงตัวว่าผ่านทางอากาศ ซึ่งในความเป็นจริง OTA คือการถ่ายขอมูลจากดาวเทียมลงสู่เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมโดยตรง
       ปกติ หากเราต้องการถ่ายข้อมูลใหม่ ๆ จากคอมพิวเตอร์ เข้าสู่เครื่องรับฯ เราจำเป็นต้องใช้สายอัพโหลดต่อเข้าไปที่พอร์ต RS232 ที่หลังเครื่องรับแต่ละเครื่อง ข้อจำกัดของวิธีการแบบนี้คือ ช่างติดตั้งจำเป็นต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ และต้องมีคอมพิวเตอร์ที่มีพอร์ต RS232 โดยการอัพโหลดแต่ละครั้งก็ทำได้แค่ครั้งละ 1 เครื่อง ยิ่งเครื่องรับฯ อยู่กระจัดกระจายกันคนละที่ช่างติดตั้งก็ต้องเสียเวลาเดินทางไปตามที่ต่าง ๆ อีกด้วย ประกอบกับดาวเทียมไทยคมที่เราใช้รับชมช่องรายการกันเป็นหลักนั้นมีการจัดสรร ความถี่กันบ่อยครั้ง หากทุก ๆ ครั้งที่สถานีไทยคมเปลี่ยนแปลค่าความถี่ นั้นหมายถึงว่า ช่างติดตั้งจะต้องเข้าไปเปลี่ยนความถี่ที่เครื่องรับฯ ตามบ้านลูกค้าแต่ละที่ ซึ่งสร้างความไม่สะดวกและเกิดค่าใช้จ่ายตามมาอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้
        ฉะนั้น เทคโนโลยี OTA จะเข้ามาอุช่องโห่วที่ว่านี้ได้ เพราะเมื่อทุกครั้งที่ช่องรายการในดาวเทียมไทยคมมีการเปลี่ยนแปลง PSI จะส่งไฟล์ความถี่ใหม่ขึ้นสู่ดาวเทียมไทยคม เครื่องรับฯ ที่มีฟังก์ชั่นรองรับการ OTA จะรับไฟล์ใหม่นี้ได้ผ่านทางดาวเทียมทันที ณ ขณะนี้เครื่องรับสัญญาณฯ ของ PSI เกือบทุกรุ่นที่รองรับ

OTA สำคัญและมีประโยชน์อย่างไร
      ใน ปัจจุบัน ช่องรายการที่ออกอากาศจะเป็นระบบดิจิตอลเกือบทั้งหมด เพราะข้อดีที่เห็นได้ชัดคือราคาถูก และมีความชัดเจนกว่าระบบอนาล็อกมากกว่าหลายเท่า ประกอบกับกฏหมายด้านโทรคมนาคมในประเทศไทยกำลังเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่าน เพราะในขณะที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่กฏหมายที่บังคับใช้อยู่นั้นเขียนขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 หากนับย้อนไปเวลากว่า 52 ปี แน่นอนที่สุดว่าเนื้อหาจะล้าหลังชนิดที่จินตนาการไม่ได้เลยทีเดียว ฉะนั้นกฎหมายตัวใหม่จะถูกผลักดันให้มีความคล่องตัว และสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่กำลังใช้อยู่มากขึ้น ที่แน่ ๆ คือจะเป็นการนำเอาช่องรายการที่เกิดขึ้น ก่อหน้านี้หลายสิบช่องกลับมาอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานรัฐ เมื่อความชัดเจนเกิดขึ้น อุตสาหกรรมการถ่ายทอดรายการไทยผ่านดาวเทียมจะเฟื่องฟูขึ้นอย่างทวีคูณ นั้นหมายถึงว่าช่องรายการใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นมาอีกอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญคือ หากผู้ใช้จานดาวเทียม ไม่ทราบความถี่ใหม่ๆ ในแต่ละช่องรายการ หรือรู้แต่จูนเข้าไปในเครื่องรับสัญญาณไม่ได้ ผู้ใช้ก็ไม่สามารถรับชมช่องใหม่ ๆ ได้ หากจูนได้ก็ต้องยอมเสียเวลานั่งเรืยงช่องใหม่ เพราะการค้นหาช่องรายการใหม่  ช่องรายการใหม่จะไปอยู่ท้ายสุดเสมอ  หากเราต้องการให้ช่องรายการนั้น ๆ อยู่ในลำดับต้น ๆ เราก็ต้องรู้วิธีการเรืยงช่อง และต้องค่อย ๆ เรียงไป ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าช่องนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องความถี่ หรือหยุดส่งเมื่อใด แต่ถ้าเรามีฟังชั่น OTA ข้อมูลใหม่ ๆ ที่มีการอัพเดทจะถูกถ่ายลงเครื่องรับ โดยอัตโนมัติพร้อมทั้งมีการเรียงช่องให้เสร็จสรรพ ในอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ไม่ต้องมานั่งกังวลอีกต่อไป การ OTA จึงเป็นเทคโนโลยีในการเพิ่มช่องแก้ไขช่องรายการอัตโนมัติผ่านดาวเทียม ซึ่งเกิดประโยชน์ทั้งผู้ส่งรายการ (Content Provider), ช่องติดตั้ง (Installer) และผู้รับชม (End-User) เพราะผู้ส่งรายการก็ไม่ต้องกังวลว่าผู้ชมจะไม่รู้ว่ามีช่องรายการใหม่ ช่างติดตั้งก็ไม่ต้องห่วงว่าหากมีช่องรายการใหม่ๆ  มาจะต้องเดินทางไปทำการจูนช่องที่เครื่องรับฯ ทุกๆ บ้านในเวลาเดียวกัน และแน่นอนว่าผู้ใช้หรือผู้รับชมก็สามารถรับรู้ และรับชมช่องรายการใหม่ได้ทันทีหลังจากเครื่องรับฯ ทำการ OTA ผู้ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องรอช่างติดตั้งให้ มาคอยบริการ ซึ่งบางครั้งช่างติดตั้งอาจจำเป็นต้องเรียกค่าบริการเพิ่มเติมอีกด้วย


ข้อมูลจาก http://www.psisat.com

ขั้นตอนการปรับปรุงซอฟแวร์DTV


การอัพเดทปรับปรุงซอฟแวร์ DTV                    20


วิธีการปรับปรุงโปรแกรม
software-update-dtv 1
software-update-dtv 2

การต่อใช้งาน แบบ Digital หลายจุด PSI

ลักษณะการต่อใช้งานระบบดิจิตอลแบบต่างๆ
c-band-1 Point psi

c-band-2-Point-psi

c-band-3-4-Point-psi

D2R8-psi

D2R12-psi
SW2x4
SW2x4

D2R4
D2R4

D2R4
D2R4

D2R4s
D2R4s

D2R8
D2R8

D2R12
D2R12

D12 4x12 OTA
D12 4x12 OTA

make-duo-nss6

make-duo-nss6
จานดาวเทียม C-Band สามารถรับสัญญาณได้ทั้งระบบ C-Band และ KU-Band จึงทำให้เกิดการประยุกต์จานดาวเทียมหนึ่งใบให้รับสัญญาณดาวเทียม 2 ดวงพร้อมกัน ซึ่งหลายๆท่านนิยมเรียกกันว่า Duo และช่างติดตั้งส่วนใหญ่จะติดจานดาวเทียม C-Band รับสัญญาณดาวเทียม Thaicom พร้อมทำ Duo กับดาวเทียม NSS-6 ระบบ KU-Band
NSS6Thaicom5-To-Disc

Accessories


 N1   
 N2
N3
N4
N5
N6
N7
N8
N9
N10
N11
N12
N13
N14
N15
N16
N17
N18
N19
N20
N21 
N22
N23 
N24
N25
N26
N27
N28
N29 
N30