กาแฟอาราบิก้า
เป็น
พืชสวนอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจโลก
ซึ่งมีประเทศมากกว่า50ประเทศปลูกกาแฟอาราบิก้า
เป็นสินค้าส่งออกหรือประมาณ70-75เปอร์เซนต์ของผลผลิตกาแฟโลก
เนื่องจากเป็นกาแฟที่มีรสชาติดี
(Flavour)และมีกลิ่นหอมชวนดื่ม(Aroma)เจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่บนที่
เขาสูงและมีอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือ
พันธุ์
สายพันธ์คาติมอร์ CFIC 7963 เป็นพันธ์ลูกผสมระหว่าง Hobrido de Timor832/1
กับสายพันธ์แคทูร่า(Caturra)มีลักษณะเป็นต้นเตี้ยข้อสั้น(Compact Tree
size)ยอดสีเขียวใบมีขนาดปานกลาง เส้นแขนงของใบ
9-11คู่ผลสุกสีแดงให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 500-900 กรัม/ต้น
เมื่ออายุ6-8 ปีให้สารกาแฟเกรด A เฉลี่ย 70-75% /กิโลกรัม คุณภาพการชิม
(Cup test)อยู่ในระดับดีปานกลาง
การปลูกและการดูแลรักษา
ระยะการปลูก ระหว่างต้น-แถว 2 คูณ 2 เมตรหรือ 400 ต้น/ไร ขนาดหลุมปลูก50
คูณ 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟตหลุมละ100-200กรัม
และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ ควรปลูกต้นกาแฟช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม
ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูฝน
การใส่ปุ๋ย
อายุตั้งแต่1-2ปีใส่ปุ๋ยเกรด 15-15-15 อัตรา 100 และ 150 กรัม/ต้น/ปี
ใส่ช่วงเดือนพฤษภาคม และสิงหาคม อายุ1-8 ปี ใส่ปุ๋ยเกรด 46-6-0 อัตรา
50,100,150,200,200,250และ250กรัม/ต้น/ปี(ต้นกาแฟอายุ1-4)ใส่ช่วงเดือน
พฤษภาคมและสิงหาคม ปุ๋ยเกรด 13-13-21 อัตรา100,150,250และ300
กรัม/ต้น/ไร่(ต้นกาแฟอายุตั้งแต่ 3ปีขึ้นไป)ใส่ช่วงเดือนสิงหาคมและตุลาคม
การให้น้ำ
ควร
ให้น้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างน้อยสัปดาห์ละ1ครั้ง
แต่ในกรณีพื้นที่ปลูกไม่มีแหล่งน้ำให้ใช้เศษวัชพืชหรือฟางข้าวคลุมบริเวณโคน
ต้นตั้งแต่หมดฤดูฝนโดยเฉพาะพื้นที่ปลูกกาแฟกลางแจ้ง
การตัดแต่งกิ่ง
ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกดังนี้
กาแฟที่ปลูกกลางแจ้ง
ควร
ใช้วิธีการตัดแต่งแบบให้มีลำต้นเดี่ยว
เนื่องจากกาแฟที่ปลูกกลางแจ้งจะติผลมาก หากตัดแต่งให้มีหลายลำต้น
ต้นจะโทรมเร็ว และมีลักษณะเกิดอาการปลายกิ่งแห้งตาย(dic back)
กาแฟที่ปลูกภายใต้ร่มเงา
ควรจะมีการตัดแต่งให้ต้นกาแฟมี2-3
ลำต้นเนื่องจากกาแฟที่ปลูกภายใต้ร่มเงาจะให้ผลผลิตน้อยกว่าแต่มีอายุการให้
ผลผลิตสม่ำเสมอและยาวนานกว่า
การจัดการร่มเงา
พื้นที่บนที่สูงนอกจากจะมีสภาพอากาศหนาวเย็น และมีความเข้มของแสงแดด จึงจำเป็นต้องอาศัยร่มเงาจากไม้บังร่มบังชนิดต่างๆ
1.ไม้
บังร่มชั่วคราวควรเป็นไม้โตเร็วและเป็นพืชตระกูลถั่ว เช่นทองหลางไร้หนาม
แคฝรั่ง ขี้เหล็กอเมริกันควรใช้ระยะปลูก 4 คูณ 6
เมตร และปลูกหลายชนิดสลับกัน
2.ไม้
บังร่มถาวร ควรเป็นไม้พุ่มใหญ่ทรงพุ่มกว้างและให้ร่มเงาในระดับสูง เช่น
ซิลเวอร์โอ๊ค ถฤกษ์ ถ่อน กางหลวง ถั่วหูช้าง สตอ เหลียง เป็นต้น ระยะปลูก 8
คูณ 10เมตร และควรปลูกหลายชนิดสลับกันกับไม้บังร่มชั่วคราว
การปลูกกาแฟแซมในสวนผลไม้
กาแฟสามารถปลูกแซมในสวนผลไม้ได้แก่ มะคาดเมีย บ๊วย ท้อ ลิ้นจี่ พลับ
พลัม แม้ไม้ผลบางชนิดจะเป็นไม้ผลัดใบแต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ
เพียง1-2เดือน
การป้องกันและกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช
โรคราสนิม (Coffee leaf ruist)เกิดจากเชื้อรา Hemileia vastateix
เป็นได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่โดยจะเกิดสปอร์สีส้มใต้ใบส่วนบนใบจะมีสีเหลือง
ซึ่งตรงจุดเดียวกับที่เกิดสปอร์ใต้ใบ เมื่อเกิดอาการรุนแรง
จุดนี้จะขยายไปทั่วใบ ทำให้ใบร่วง
การป้องกัน
1.ใช้พันธ์ต้านทาน สายพันธ์คาติมอร์ CIFC 7963
2.ใช้สารเคมี บอร์โดช์มิกเจอร์ (alkaline brodeaux mixture) 0.5%
คูปราวิท(Cupravit)85 % W.P อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร
แมลงศัตรูกาแฟ
1.เพลี้ย
ไฟ(mealy bug)เพลี้ยนอ่อน(black aphisd)เพลี้ยหอย(green scale)
เป็นแมลงปากดูดจะเข้าทำลายโดยดูดกินน้ำเลี้ยง ใบอ่อน ยอดอ่อนและผลอ่อน
การป้องกันกำจัดใช้โมโนโครโทฟอส(monocrotophos)หรือใดเมทโทเอต อัตราร้อยละ 5 ขอ
สารออกฤทธิ์ ฉีดพ่นประมาณ 2-3 ครั้ง ทุก 10 วันเมื่อพบการระบาด
2.หนอน
กัดเปลือกและเจาะลำต้น(White stem
borrer)เป็นหนอนที่เกิดจากด้วงปีกแข็งหนวดยาวจะวางไข่บนเปลือกของลำต้นที่มี
รอยแตก
จะกัดกินรอบบริเวณโคนต้นก่อนที่จะเจาะเข้าไปลำต้นกัดกินเนื้อไม้และถ่ายมูล
ออกมาตรงรูที่เจาะ
การป้องกันกำจัด เมื่อพบที่ถูกทำลายให้ตัดและเผาทิ้ง
หรือทาโคนต้นกาแฟด้วยซูมิไซออน 50 % อีซีอัตรา 200 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร
การเกี่ยวและการแปรรูปการเก็บเกี่ยว
จะเก็บเกี่ยวเฉพาะผลสุกที่มีสีแดงและผลสีเหลือง เหลืองเข้ม โดยเก็บทีละข้อไม่ควรจะเก็บแบบรูดกิ่งทีเดียว
การแปรรูป
เก็บ
ผลกาแฟที่สุกแล้วจึงนำมาเข้าเครื่องลอกเปลือกนอกออก
นำมาหมักในบ่อด้วยน้ำที่สะอาดประมาณ24-48ชั่วโมงขัดเมือกและล้างด้วยน้ำ
สะอาดแล้วนำมาตากบนลานซีเมนต์หรือบนแคร่ไม้ไผ่ที่ตาข่ายถี่วางอยู่ข้างบน
ประมาณ7-10 วันเมื่อเมล็ดแห้งจึงสีเอากะลาออก โดยใช้เครื่องสีกะลา
จึงจะได้สารกาแฟที่มีสีเขียวอมเทาหรือสีเขียวอมฟ้า
การคัดเกรด
เมื่อ
ได้สารกาแฟแล้วจึงนำมาคัดแบ่งเกรดสารกาแฟ โดยใช้ตะแกรงเหล็กที่มีรูตะแกรง
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง12.5 มิลลิเมตร โดยแบ่งเป็นเกรด Aขนาดตั้งแต่ 5.5
มิลลิตรเมตรขึ้นไป เขียวอมฟ้าหรือเขียวอมเทา
เมล็ดแตกหักหรือเมล็ดเล็กกว่า5.5มิลลิตรเมตร ไม่เกิน13%
เมล็ดเสียหรือเมล็ดผิดปกติไม่เกิน 25% ความชื้นไม่เกิน13% เกรด X
มีลักษณะคุณภาพที่เหมือนเกรดA ยกเว้นสีที่ต่างไปจากเกรด A คือสีน้ำตาลปนแดง
เกรดY มีลักษณะเมล็ดแตกหักหรือเมล็ดกลมไม่เกิน0.5 %และมีความชื้นไม่เกิน
13%
การบรรจุ
บรรจุในกระสอบป่าน(กระสอบปอ)แล้วเก็บไว้บนชั้นไม้ในโรงเก็บมีอากาศถ่ายเทสะดวก
ข้อควรคำนึงในการปลูกกาแฟ
1.พื้นที่เหมาะสมตั้งแต่700 เมตร จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป
2.สภาพดินมีการระบายน้ำดี หน้าดินลึก pH 5.0-5.5
3.ปริมาณน้ำฝน เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1,500 ม.ม/ปี
4.กรณีปลูกกาแฟกลางแจ้ง ควรเลือกพื้นที่ที่สามารถรับแสงได้เพียงครึ่งวันหากเป็นไปได้ควรเป็นครึ่งวันเช้าจะดีที่สุด
5.ควรมีไม้บังร่มให้กับกาแฟ โดยปลูกทั้งไม้บังร่มชั่วคราวและไม้บังร่มถาวร
และควรปลูกสลับชนิดกัน เพื่อให้แสงสว่างเข้ามาได้
6.ควรมีการตัดแต่งกิ่งที่แนะนำ
7.ปลูกเป็นพืชแซมกับไม้ชนิดอื่นได้ โดยเฉพาะมะคาเดเมีย
8.การเก็บเกี่ยว ควรเก็บทีละข้อ และเก็บเฉพาะผลที่สุกเท่านั้น
9.การหมักควรหมักในน้ำที่สะอาดและต้องขัดเมือกออกให้หมด และล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนที่จะนำมาตากบนลานตาก
10.สารกาแฟที่ควรจะมีการคัดเกรด แยกบรรจุในกระสอบ พร้อมทั้งทำป้ายระบุเกรด
น้ำหนัก วันที่เก็บให้ชัดเจน และเก็บรักษาในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
ไม่อับชื้น
เรียบเรียงโดย :นายมานพ หาญเทวี ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่